เจย์สัน คริสโตเฟอร์ เททัม กับการกลับมาที่ไม่ง่าย บนเซลติกส์โฉมใหม่ที่กำลังลุ้นแชมป์ NBA
เจย์สัน คริสโตเฟอร์ เททัม จะยังไม่ได้ลงสนามในฤดูกาลนี้ แต่ชื่อของเขายังคงถูกพูดถึงทุกวันใน บอสตัน ไม่ใช่แค่ในฐานะซูเปอร์สตาร์ของทีม แต่ในฐานะ “ตัวแปรสำคัญ” ที่อาจเปลี่ยนทิศทางของเซลติกส์ทั้งฤดูกาล เมื่อการฟื้นตัวของเขาเดินหน้าเข้าสู่ช่วงสำคัญ คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่าเขาจะกลับมาได้หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า เขาควรกลับมาเมื่อไร และจะกลับมาอย่างไร
ก่อนหน้านี้ เททัมเคยยืนยันชัดเจนว่าเขาต้องการกลับมาลงเล่นให้ได้ภายในฤดูกาลนี้ นั่นสะท้อนตัวตนของผู้เล่นที่พร้อมสู้ทุกครั้งที่ร่างกายอนุญาต แต่เมื่อเวลาผ่านไป มุมมองของเขาเริ่มเปลี่ยนจาก “ความอยาก” ไปสู่ “ความเป็นจริง” โดยเฉพาะเมื่อเขามองเห็นภาพของเซลติกส์เวอร์ชันใหม่ที่เดินหน้าไปได้อย่างแข็งแกร่งโดยไม่มีเขา
ในการให้สัมภาษณ์กับรายการ The Pivot Podcast เททัมยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เขาคิดถึงเรื่องนี้แทบทุกวัน เขารู้ดีว่าหากเขากลับมาในช่วงกลางหรือปลายฤดูกาล ทีมจะผ่านการแข่งขันไปแล้วกว่า 50 เกม และสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว เซลติกส์ ในตอนนี้ไม่ใช่ทีมที่กำลังรอใคร แต่เป็นทีมที่ยืนอยู่ในอันดับต้น ๆ ของสายตะวันออกด้วยผลงานที่พิสูจน์ได้ในสนาม
นั่นทำให้การตัดสินใจของเททัมซับซ้อนยิ่งขึ้น เพราะการกลับมาไม่ได้หมายถึงการสวมเสื้อแข่งแล้วเล่นได้ทันที เขาเข้าใจดีว่าร่างกายของเขายังต้องการเวลา นาทีลงเล่นอาจถูกจำกัด จังหวะเกมยังไม่ลื่นไหล และทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในช่วงที่ทีมกำลังเตรียมตัวเข้าสู่โหมดเพลย์ออฟ นี่คือความท้าทายที่ไม่ได้กระทบแค่ตัวเขา แต่รวมถึงโครงสร้างของทีมทั้งระบบ
ในอีกมุมหนึ่ง หากมองตามศักยภาพล้วน ๆ การได้ผู้เล่นระดับออล เอ็นบีเอ หลายสมัยกลับมาเสริมทัพ ย่อมเป็นเรื่องที่แทบทุกทีมใฝ่ฝัน เททัมไม่ใช่ผู้เล่นที่ต้องการบอลอยู่ในมือทุกจังหวะ เขาปรับตัวได้ทั้งเกมรุกและเกมรับ เล่นได้ทั้งแบบสร้างเกมเอง ยืนชูตจากมุม หรือแม้แต่ทำงานเพื่อเพื่อนร่วมทีม ความยืดหยุ่นนี้ทำให้เขาแตกต่างจากซูเปอร์สตาร์หลายคน และเป็นเหตุผลว่าทำไมเซลติกส์จึงสามารถ “ปรับเข้าหาเขา” ได้เสมอ
อย่างไรก็ตาม ความจริงอีกด้านคือ ในช่วงที่เททัมไม่อยู่ ผู้เล่นคนอื่นได้เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ เจย์เลน บราวน์ ที่ได้รับบทบาทมากขึ้นและใช้โอกาสนี้แสดงศักยภาพเต็มที่ อัตราการใช้งานในเกมรุกของเขาพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในอาชีพ เป็นรองเพียง ลูกา ดอนซิช เท่านั้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เซลติกส์ไม่ใช่ทีมที่ “ขาด” เททัม แต่เป็นทีมที่ “เปลี่ยนไป” โดยไม่มีเขา
ทั้งหมดนี้ทำให้การกลับมาของเจย์สัน เททัม ไม่ใช่เรื่องของร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ เขาต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความพร้อมของตัวเอง กับจังหวะและสมดุลของทีม หากเขากลับมาเร็วเกินไป อาจกระทบทั้งสองฝ่าย แต่หากเลือกเวลาที่เหมาะสม เขาอาจกลายเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้เซลติกส์จาก “ทีมแกร่ง” กลายเป็น “ทีมลุ้นแชมป์” อย่างแท้จริง
และนั่นคือเหตุผลที่การกลับมาครั้งนี้ของ เจย์สัน เททัม ถูกจับตามองไม่แพ้เกมใด ๆ ในสนาม เพราะมันอาจเป็นการตัดสินใจที่กำหนดอนาคตของบอสตัน เซลติกส์ทั้งฤดูกาล
ติดตามข่าวกีฬาต่างๆและรับชมการถ่ายทอดสดบอล และกีฬาอื่นๆได้ที่นี่ LIVESPORT911
หรือแอดไลน์ได้ที่ @UFAAPP